[EWAW3] Little Big City - Bratislava

posted on 13 May 2014 06:53 by najanubis in EWAW
 
 
 
 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนนึงของคอมมู
 
คำเตือนสักเล็กน้อยจากที่บล็อกคอมมู...
 
"จุดมุ่งหมายของคอมมูนิตี้นี้คือการได้รับความสนุกสนานและแฝงด้วยความรู้จากข้อมูลของแต่ละเมืองรวมถึงประเทศตามลักษณะ ของ Himaruya Hidekaz ผู้สร้าง Axis Powers Hetalia ซึ่งทางเราไม่ได้ต้องการให้เกิดดราม่าหรือสิ่งอื่นใด
 
หากท่านไม่ชมชอบคอมมูนิตี้นี้ โปรดวางตัวเฉยแล้วกด x ออกจากหน้าบล็อกเลยนะคะ"
 
 
       ว่าจะวาดรูปเต็มใหม่หนอ แต่ช่วงนี้ตารางงานเต็มเอี้ยดมาก //ดังนั้นเราจึงผลัดต่อไป //โดนหวดกลิ้ง
 
 
 
 
 
 
 
 
 
พี่(?)สาวตรงกลาง ขนาบด้วยน้องๆหลังม่านเหล็กด้วยกัน
 

ชื่อเมือง- Bratislava [บราติสลาว่า]

ชื่อภาษาอื่น - เยอรมัน Pressburg(เพรซบูร์ก) / ฮังการี Pozsony(โพโชนี่) 

ทวีป - ยุโรป
 
ประเทศ - สโลวาเกีย

 

ชื่อมนุษย์ - Iveta Králová [อิเวต้า ครัลลอฟว่า]

อายุ - 17

เพศ - หญิง

ส่วนสูง/น้ำหนัก - 172/63 (แต่ปรกติ +อีก 4 เซนต์จากส้นรองเท้าเป็น 176 นะจุ๊)

สีผม/สีตา - น้ำตาลกลางประกายทอง / ฮาเซลเขียว-น้ำตาล

ภาษา - สโลวักเป็นภาษาหลัก สามารถพูดภาษาเช็กได้เพราะรากภาษาไม่ต่างกันมากนัก อื่นๆก็เยอรมันและฮังการี รวมถึงรัสเซียแบบพอเอาตัวรอด

แผนการเรียน - ศิลป์ภาษา

วันเกิด(City Day) -  N/A

ปีเกิด - ค.ศ. 907


 
  • ลักษณะเมือง -

      เมืองหลวงแห่งสาธารณรัฐสโลวักหรือที่เรียกกันสั้นๆว่าสโลวาเกีย มีประวัติเป็นเมืองที่มีความสำคัญมาช้านานแม้ว่าประเทศสโลวาเกียนั้นจะเพิ่งมามีตัวตนเป็นเอกเทศในสายประชาคมโลกเพียงยี่สิบกว่าปี เคยเป็นเมืองหลวงของดินแดนฮังการีในอาณาจักรฮับส์บูร์กเกือบ 250 ปี ทำให้ได้รับการพัฒนาให้เจริญก้าวหน้ากว่าเมืองอื่นๆในเขตประเทศสโลวาเกียปัจจุบันอย่างเห็นได้ชัดและเป็นเมืองใหญ่ที่สุดด้วยประชากรเกือบๆ 420,000 คน

      อ้างอิงจากการสำรวจประชากรปี 2001 91.39% ของประชากรของเธอเป็นชาวสโลวัก 3.84% เป็นชาวฮังการี และ 1.86% เป็นคนเช็ก

[[Map credit::http://www.worldandcitymaps.com/europe/slovakia/]]

      ด้านภูมิศาสตร์ บราติสลาว่านั้นเป็นเมืองหลวงเพียงแห่งเดียวของโลกที่ถูกขนาบด้วยพรมแดนติดกับเพื่อนบ้านสองประเทศคือ ออสเตรีย กับ ฮังการี ทั้งยังอยู่ห่างจากชายแดนติดกับประเทศเช็กเพียง 62 กิโล โดยตั้งอยู่ทางตะวันตกค่อนทางใต้ของสโลวาเกีย มีแม่น้ำดานูบไหลผ่านกลางจากทิศตะวันตกไปยังตะวันออกเฉียงใต้ โดยในเขตแดนของเมืองทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือยังเป็นจุดบรรจบกันของแม่น้ำโมราว่ากับแม่น้ำดานูบ สภาพพื้นที่ของบราติสลาว่ามีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 126 เมตรจนถึงจุดสูงสุดที่ 514 เมตรบนยอด Devínska Kobyla ซึ่งเป็นส่วนนึงของจุดเริ่มต้นของเทือกเขาคาเพนเทียในสโลวาเกีย

      สิ่งก่อสร้างที่เด่นที่สุดของบราติสลาว่าคือ ปราสาทบราติสลาว่า ซึ่งสร้างบนยอดเนินเหนือที่ราบริมแม่น้ำดานูบตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 10 ในเขตเมืองเก่าของบราติสลาว่าที่ปราสาทตั้งอยู่ยังมีที่อยู่อาศัยของชนชั้นสูงสร้างในศิลปะแบบบาโรคจำนวนมาก และทุกวันนี้ในจำนวนวังเหล่านั้นก็ถูกปรับเปลี่ยนมาเป็นเรือนพักของผู้นำสโลวาเกียและที่ทำการรัฐบาลหรือสถานที่ราชการ

 
ปราสาทบราติสลาว่าและย่านเขตเมืองเก่าตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำดานูบ
 

      ช่วงคริสตศตวรรษที่20 ภายในอาณาเขตของบราติสลาว่าจึงมีการก่อสร้างสถาปัตยกรรมทันสมัยเพิ่มขึ้นมาอย่างมากมายเช่น อาคารสถานีวิทยุSlovenský rozhlas, Kamzík TV Tower รวมถึงเมื่อบราติสลาว่าเข้าไปอยู่หลังม่านเหล็ก ในเมืองก็เริ่มมีการก่อสร้างสิ่งต่างๆที่ไม่ผสมกลมกลืนกับสถาปัตยกรรมดั้งเดิม โดยหนึงในสถาปัตยกรรมแบบBrutalist Modernismที่เป็นที่รู้จักที่สุดของเมืองคือ สะพานแขวนข้ามแม่น้ำดานูบ Most Slovenského národného povstania(Bridge of the Slovan national uprising) ซึ่งมีชั้นลอยรูปทรงจานบินอยู่บนยอดจนได้รับชื่อเล่นว่า UFO Bridge

[[Photo credit::http://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bratislava,_view_from_the_castle_hill_to_the_New_bridge.JPG]]

       หลังจากแยกตัวออกจากเชคโกสโลวาเกีย เกิดภาวะการเติบโตทางการก่อสร้างในเมือง โดยได้มีการเปิดสถานที่ราชการ สถานที่สาธารณะใหม่ขึ้นหลายที่ โดยในจำนวนซึ่งโดนเด่นก็ได้แก่ สะพานอพอลโล[Most Apollo] และ ย่านธุรกิจริมน้ำดานูบซึ่งเชื่อมช่องว่างจากสะพานอพอลโลกันเขตตัวเมืองหลักของบราติสลาว่าซึ่งเรียกว่าย่าน Eurovea เป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน โรงแรมระดับหรู รวมถึงอาคารโรงละครแห่งชาติแห่งใหม่ของสโลวัก
 
 

  • ประวัติเมือง -

      ปราสาทบราติสลาว่าที่ถือได้ว่าเป็นหัวใจหลักของเมืองนั้นไม่มีบันทึกระบุปีที่แน่นอนว่าก่อสร้างขึ้นเมื่อใด แต่คาดการณ์กันว่าอยู่ในช่วงสมัยศตวรรษที่ 9


      …..หากแต่ในปี 907 ได้มีการบันทึกกล่าวถึงปราสาทแห่งนี้อย่างแน่ชัดเป็นครั้งแรกในศึกซึ่งฝ่ายบาวาเรียได้พ่ายแพ้ให้กับกองทัพฮังการี และดินแดนที่ตั้งของปราสาทบราติสลาว่าก็ถูกเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ไปอยู่ในความครอบครองของฮังการีเป็นผลจากศึกนั้นนั่นเอง โดยชื่อเมืองที่บันทึกไว้นั้น อาจจะเกิดจากการเข้าใจความสำคัญของคำไป ทว่าก็ระบุว่า”เธอ”ชื่อ Brezalauspurc

      นามนั้นสูญหายไปในกาลต่อมา แล้ว”เธอ”ก็เป็นที่รู้จักกันกว้างขวางมากกว่าในนาม “เพรซบูร์ก” ซึ่งเป็นภาษาเยอรมัน



        ตั้งแต่ปีค.ศ. 1000 เธอเข้าไปอยู่กับอาณาจักรฮังการีที่กำลังเติบใหญ่ไพศาล พวกนั้นเรียกเธอว่า โพโชนี่ ...ใต้เนินปราสาทที่เธอเกิดลงมาค่อยๆเริ่มมีชุมชนเล็กๆที่ขยายจนเป็นตลาดการค้า เพราะตอนนั้นเธออยู่เป็นเมืองชายแดน ฝ่ายบาวาเรียซึ่งพ่ายแพ้สูญเสียเธอไปจึงไม่ละลดที่จะเข้ามาก่อสงครามเพื่อจะชิงเธอกลับไปแม้กระทั่งจะต้องยืมมือจากฝ่ายเช็กเข้ามาช่วย แต่ฝ่ายฮังการีก็ไม่ปล่อยให้เธอหลุดออกไปได้ในเกือบทุกครั้งและได้มีการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับปราสาทบราติสลาว่าซึ่งถือเป็นป้อมปราการให้แก่ทางฮังการีในย่านนี้

       กระนั้นในช่วงเวลากว่า 200 ปีหลังเธอเข้าเป็นส่วนหนึ่งของฮังการี เธอก็ยังคงถูกฝ่ายเยอรมันและฝ่ายเช็กร่วมมือกันเข้ามาหักหาญโจมตีมากครั้งนักจนกว่าจะมีการเจรจาสัญญาสันติ Peace of Pressburg (1271) ที่แต่ละฝ่ายต่างยกเลิกการอ้างสิทธิ์ในพื้นที่ทับซ้อนกันของดินแดนฝ่ายตรงข้ามกับตน


      แต่แล้วนอกจากความวุ่นวายด้วยปัจจัยภายนอก ปี 1073-74 เธอต้องเป็นฉากแห่งการช่วงชิงบัลลังค์ภายในของฮังการีระหว่างกษัตริย์ Solomon กับสองพี่น้องผู้หมายมาดวาดฝันจะครองฮังการีคือ Géza และ  Ladislaus   

       ในช่วงการรุกรานของมองโกลปี 1241-1242 แม้มองโกลจะไม่สามารถยึดโพโชนี่ได้ ทว่าก็ก่อความเสียหายใหญ่หลวงแก่สภาพเมืองโดยรอบ
 

     ตั้งแต่ราวช่วง 1242 ชาวเยอรมันเริ่มเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเขตแดนของเธอมากขึ้น ภาษาเยอรมันเริ่มกลายเป็นภาษาหลักอีกภาษานึงที่เธอพูด ในระยะเวลาใกล้เคียงกันก็เริ่มมีบันทึกถึงการเข้ามาตั้งถิ่นฐานของชาวยิวในโพโชนี่ ต่อมาเธอได้รับสถานะสิทธิ์ความเป็นเมืองจากกษัตริย์ Andrew III แห่งฮังการีในปี 1291 และอิทธิพลภายในมือของเธอทั้งในด้านการค้าและการเมืองการปกครองค่อยเพิ่มพูนขึ้นด้วยความสำคัญของตำแหน่งที่ตั้ง

       ครั้นขึ้นสู่ช่วงคริสตศตวรรษที่ 14 เธอถูกเปลี่ยนมือไปอยู่กับฮับส์บูร์กเนื่องด้วยพระชายาม่ายของกษัตริย์ Andrew III ได้รับคำที่จะยกเธอให้แก่ฝั่งฮับส์บูร์ก ก่อนอีกกว่าสามทศวรรษต่อมาในปี 1338 เธอจึงได้กลับมาอยู่กับฮังการีอีกครั้ง

 

 

       กระทั่งปี 1405 ในรัชสมัยแห่ง King Sigismund เธอได้รับพระราชทานอภิสิทธิ์ความเป็น royal free town ภายในอาณาจักรฮังการีและได้รับตราเมืองเป็นของตัวเองครั้งแรกในปี 1436

      ปี 1452 มหาวิหารเซนต์มาร์ติน ได้ถูกก่อสร้างขึ้น ซึ่งเป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง รวมถึงเป็นมหาวิหารอันจักใช้ทำพิธีในการราชาภิเษกกษัตริย์แห่งฮังการีในกาลภายหลังแทน Székesfehérvár เมื่อเธอได้รับฐานะเมืองหลวงแห่งอาณาจักรฮังการี



      อำนาจภาย