[EWAW] Ovo je...Osijek

posted on 14 Aug 2013 15:44 by najanubis in EWAW
 
 
 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนนึงของคอมมู
 
คำเตือนสักเล็กน้อยจากที่บล็อกคอมมู...
 
"จุดมุ่งหมายของคอมมูนิตี้นี้คือการได้รับความสนุกสนานและแฝงด้วยความรู้จากข้อมูลของแต่ละเมืองรวมถึงประเทศตามลักษณะ ของ Himaruya Hidekaz ผู้สร้าง Axis Powers Hetalia ซึ่งทางเราไม่ได้ต้องการให้เกิดดราม่าหรือสิ่งอื่นใด
 
หากท่านไม่ชมชอบคอมมูนิตี้นี้ โปรดวางตัวเฉยแล้วกด x ออกจากหน้าบล็อกเลยนะคะ"
 
 
แตกแขนง(?)มาลงอีกบล็อกจาก http://saixmedrik.exteen.com/ นะครับ
เพราะที่นู่นแค่บรานิกับวาเลนก็แย่งที่(?)กันจะแย่อยู่แล้วเวลาลงการบ้านที โฮๆ
 
 
 
 
"Žao mi je, but the Yugoslav concept no longer fits me."
 
 
 
 
 
 

ชื่อเมือง – Osijek / โอซีเยค
ทวีป – ยุโรป
ประเทศ - โครเอเชีย

ชื่อมนุษย์ – Hrvoje Kovačić (เฮอร์โวเย่ โควาชิช) 
อายุ - 16
เพศ - ชาย
ส่วนสูง/น้ำหนัก - 180 / 70
สีผม/สีตา - น้ำตาลเข้มเกือบดำ / ฟ้าปนเขียว
ภาษา - โครเอเชีย(ราชการ) / รู้ภาษาอังกฤษ, เยอรมันและฮังการีบ้าง

แผนการเรียน - ศิลป์
 

ลักษณะเมือง -
 
       ตั้งอยู่ทางตะวันออกของประเทศโครเอเชียบนฝั่งขวาของแม่น้ำดราว่า[Drava] ในอาณาบริเวณที่ราบลุ่มน้ำ Pannonian ของแคว้นสลาโวเนีย[Slavonia] เป็นเมืองใหญ่อันดับ 4 ของโครเอเชียและเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของแคว้น โดยเป็นเมืองเอกของเขตปกครองย่อย Osijek-Baranja county โอซีเยคอยู่ห่างจากจุดบรรจบของแม่น้ำดราว่าและแม่น้ำดานูบประมาณ 25 กิโล ซึ่งแนวของแม่น้ำดานูบนั้นก็เป็นชายแดนระหว่างโครเอเชียและเซอร์เบียด้วย ด้วยเหตุนั้นที่นี่จึงเป็นเมืองใหญ่ของโครเอเชียที่อยู่ใกล้กับเซอร์เบียมากที่สุดด้วยระยะทางเพียงราว 30 กิโลเมตร
 
       ชื่อของเมือง มาจากคำว่า oseka ในภาษาโครเอเชียซึ่งแปลว่า "น้ำลง" และได้รับการดัดแปลงเป็นภาษาอื่นๆเช่น ภาษาฮังการี - Eszék, ภาษาเยอรมัน Esseg หรือ Essegg, ภาษาตุรกี Ösek หรือ Esgek.
 
ตัวเมืองหลักของโอซีเยคตั้งอยู่ทิศใต้(ฝั่งขวา)ของแม่น้ำดราว่า เส้นดำหนาๆทางตะวันออกคือชายแดนโครเอเชีย-เซอร์เบีย

 
ระยะห่างของโอซีเยคกับเมืองหลวงคือซาเกร็บ เทียบกับระยะห่างจากชายแดนโครเอเชีย-เซอร์เบีย

 
ตำแหน่งของโอซีเยคในเขตประเทศที่เคยเป็นอดีตยูโกสลาเวียทั้งหมด

 
 
       สถาปัตยกรรมในเมืองส่วนใหญ่เป็นสไตล์การก่อสร้างจากสมัยที่เมืองอยู่ในความปกครองของอาณาจักรออสเตรีย-ฮังการี โดยเฉพาะเขตเมืองเก่าของโอซีเยคที่เรียกกันว่า Tvrđa (Citadel) นั้น ถือว่าเป็นกลุ่มสถาปัตยกรรมแบบบาโรกที่ใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดในเขตประเทศโครเอเชียที่สร้างตั้งแต่ยุค 1710+ ประกอบไปด้วยที่ทำการของส่วนปกครอง กองบัญชาการทหารและย่านการค้า นอกจากนั้นโอซีเยคยังถือเป็นเมืองใหญ่ที่มีพื้นที่เป็นร่มเงาแมกไม้มากที่สุดในโครเอเชียอีกด้วยกับจำนวนสวนสาธารณะถึง 17 แห่ง ภายในขอบเขตตัวเมือง
 
       หลังจากช่วงสงครามการประกาศอิสรภาพของโครเอเชียในปี 1991-1995 อาคารต่างๆในเมืองได้รับความเสียหายจากการถูกระดมยิงด้วยปืนใหญ่และระเบิด แม้กระทั่งทุกวันนี้ก็ยังสามารถเห็นร่องรอยความเสียหายจากช่วงเวลานั้นบนตัวอาคารภายในรัศมีขอบเขตของเมืองได้อยู่
 
 
วิวทางอากาศของโอซีเยค กลุ่มอาคารที่อยู่ตรงกลางภาพคือ Tvrđa ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำดราว่า
 
 
       ตัวเลขประชากรของโอซีเยคนั้นอยู่ที่ประมาณ 108,000 คน โดยมากกว่า 85% เป็นชาวโครแอต เกือบๆ 8% เป็นชาวเซิร์บ 1% เป็นชาวฮังการี  ในด้านศาสนา กว่า 84%ของประชากรนั้นนับถือศาสนาคริสต์แบบโรมันคาธอลิก 7.5%เป็นชาวคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์
 
       ปัจจุบันนี้โอซีเยคเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมทั้งจากสถาปัตยกรรมแบบบาโรกที่สร้างไว้ตั้งแต่สมัยอยู่ใต้การปกครองของออสเตรีย-ฮังการี และวิวริมแม่น้ำดราว่า ทั้งยังเป็นเขตอุตสาหกรรมที่ถูกขนานนามว่าเป็นแมนเชสเตอร์ของโครเอเชีย มีอุตสาหกรรมวิศวกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร อุตสาหกรรมเคมี ขนมหวาน น้ำตาลและเบียร์


ประวัติเมือง -
 
       แม้บริเวณที่ตั้งของเมืองโอซีเยคในปัจจุบันนั้น จะเคยมีชุมชนอยู่ตั้งแต่สมัยโรมันในชื่อ Mursa แต่ประวัติศาสตร์ของเมืองถือกันว่าเริ่มขึ้นในปี 1196 อันเป็นครั้งแรกที่มีการเอ่ยถึงเมืองหลังจากการอพยพเข้ามาของชาวโครแอทซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของฮังการีในสมัยของกษัตริย์ Emerik ซึ่งในหลักฐานการเอ่ยถึงเมืองนั้นกล่าวเรื่องการให้สิทธิ์เก็บภาษีการค้าและการขนส่งทางเรือในลำน้ำดราว่าแก่คณะนักบวชคาธอลิกของโอซีเยค
 
       ช่วงแรกๆนั้น โอซีเยคถูกครอบครองโดยตระกูลขุนนางใต้อำนาจของฮังการีสืบทอดต่อๆกันมา โดยเฉพาะช่วงปี 1353-1472 ซึ่งตระกูล Korog ได้ปกครองเมืองติดต่อกันอย่างยาวนานที่สุด จนกระทั่งการมาถึงของอาณาจักรออตโตมันในวันที่ 8 เดือนสิงหาคมปี 1526 โอซีเยคซึ่งไม่อาจต่อสู้ขัดขืนได้ก็ถูกทำลายเสียหายเพื่อล้มล้างอิทธิพลของฮังการีในเขตเมืองออกไป ก่อนที่ฝ่ายออตโตมันจะเริ่มก่อสร้างสิ่งปลุกสร้างในเมืองขึ้นมาใหม่โดยให้เอนเอียงไปทางแบบตะวันออกมากขึ้น และสิ่งก่อสร้างที่เด่นที่สุดของโอซีเยคภายในช่วงการปกครองของออตโตมันก็ปรากฏขึ้นเมื่อสุลต่าน Suleiman the Magnificent ได้ดำริให้มีการสร้างสะพานไม้ยาว 8 กิโลเมตร ข้ามแม่น้ำดราว่าจากฝั่งเมืองโอซีเยคต่อยาวไปจนถึงหมู่บ้าน Darda ที่อยู่ห่างออกไปทางเหนือ
 
 
       ที่สุดแล้วในวันที่ 29 กันยายน 1687 โอซีเยคก็ตกไปอยู่ในความครอบครองของอาณาจักรฮับส์บวร์กและชาวเติร์กก็ถูกขับไล่ออกจากเมืองหมดสิ้น เมื่อได้กลับเข้ามาอยู่ใต้อำนาจของยุโรปอีกครั้ง เมืองก็ได้รับการก่อสร้างแต่งเติม จากเมืองปราการเดี่ยวๆริมฝั่งน้ำดราว่าก็ให้มีชุมชนขยายกว้างห่างออกไปทั้งฝั่งเหนือ(เรียกว่า Gornji Grad) และด้านใต้(Donji Grad) เพื่อรองรับชาวเมืองที่อาศัยอยู่ในเขตกำแพงปราการดั้งเดิม ซึ่งเมื่อฮับส์บวร์กเข้ามาก็ได้ทำการสร้างป้อมปราการเดิมเสียใหม่ให้หนาแน่นมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นจนกลายเป็นเขตเมืองเก่าหรือ Tvrđa ที่ยังคงอยู่เป็นหัวใจของเมืองจนถึงทุกวันนี้ จนกระทั่งปี 1786 ทั้งสามส่วนของเมืองจึงได้ขยายจนมาบรรจบกันกลายเป็นส่วนเดียว
 
       หลังมาอยู่ใต้การปกครองฮับส์บูร์ก โอซีเยคได้กลายเป็นเมืองศูนย์กลางของ Kingdom of Slavonia ซึ่งเป็นเสมือนแคว้นในการปกครองแคว้นนึงของออสเตรียในช่วงปี 1699-1868 และได้รับการประกาศเป็น Free Royal City (เมืองที่การปกครองขึ้นตรงต่อกษัตริย์โดยตรงโดยไร้ซึ่งการแบ่งชั้นอำนาจลงมาให้ขุนนางเป็นผู้ปกครองเมือง และมีอำนาจสามารถจัดการเรื่องภายในของเมืองเองได้) และในสมัยต้นคริสต์ศตวรรษที่ี 19 นั้น โอซีเยคมีฐานะเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเขตโครเอเชียและมีความเจริญทัดเทียมกับเมืองอื่นๆในยุโรปตอนกลางจากอานิสงส์ด้านวัฒนธรรม, สถาปัตยกรรม และเศรษฐกิจสังคมจากทั้งฝั่งออสเตรียและฮังการี
 
 
Tvrđa หรือเขตป้อมปราการที่ถูกสร้างขึ้นใหม่อย่างสวยงามเป็นระเบียบในสมัยฮับส์บวร์กปกครองเมือง
 
 
 
       หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 และการล่มสลายลงของอาณาจักรออสเตรีย-ฮังการี โอซีเยคซึ่งเป็นส่วนของโครเอเชียก็ถูกร่วมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรเซิร์บ-โครแอทและสโลเวน (ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น ราชอาณาจักรยูโกสลาเวีย)  ต่อมาเมื่อสงครามโลกครั้งที่สองเริ่มขึ้น ยูโกสลาเวียถูกกองกำลังของฝ่ายอักษะเข้าโจมตีจนแตกพ่ายไปแล้วถูกแบ่งสรรกันระหว่างเยอรมัน อิตาลี ฮังการีและบัลกาเรีย เขต Baranja นั้นถูกส่งต่อให้ไปอยู่ในความดูแลของฮังการีและโอซีเยคก็ได้กลายสภาพเป็นเมืองชายแดนเนื่องจากอยู่ในฝั่งรัฐอิสระโครเอเชียซึ่งเป็นรัฐหุ่นเชิดของนาซี
 
       ในระหว่างนั้น ด้วยเหตุที่ในเขตเมืองนั้นมีโรงกลั่นน้ำมันอยู่ทำให้เป็นที่ถูกหมายตาโดยฝ่ายสัมพันธมิตรในแผนการทำลายแหล่งเชื้อเพลิงของกองทัพนาซี เมืองก็ถูกโจมตีทิ้งระเบิดใส่จากฝ่ายสัมพันธมิตรในวันที่ 14 มิถุนายน 1944  จนกระทั่งในที่สุดเมืองได้รับการปลดปล่อยจากการควบคุมของนาซีโดยกองกำลังยูโกสลาฟปาร์ติซานร่วมกับโซเวียต และครั้นรัฐหุ่นเชิดโครเอเชียล่มสลายลง โอซีเยคและโครเอเชียทั้งหมดก็กลับเข้าไปรวมอยู่เป็นสหพันธรัฐสังคมนิยมยูโกสลาเวีย
 
       ด้วยตำแหน่งที่ตั้งซึ่งเป็นส่วนเชื่อมระหว่างเบลกราดที่เป็นเมืองหลวงของรัฐเซอร์เบียและยูโกสลาเวียกับเมืองหลวงของรัฐโครเอเชียคือซาเกร็บ ทำให้ในช่วงการอยู่ในยูโกสลาเวียภายในระบอบสังคมนิยม โอซีเยคได้รับการพัฒนาให้เน้นไปทางอุตสาหกรรมการเกษตรและผลิตอาหารควบคู่กับการเป็นเมืองศิลปะวัฒนธรรม และในช่วงยุค 1980 ก็ได้มีการเปิดสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นของเมือง
 
 
 
       ....หลังการถึงแก่อสัญกรรมของจอมพลติโต้ผู้กุมอำนาจการปกครองยูโกสลาเวียด้วยการกดกำราบแนวคิดชาตินิยมทั้งหลายไว้ในปี 1980 หลังจากนั้นจนถึงปี 1990 ความรุนแรงของการแบ่งแยกทางเชื้อชาติก็เริ่มโหมฮือขึ้นจนกระทั่งถึงจุดแตกหักเมื่อในปี 1990 โครเอเชียจัดการเลือกตั้งภายในขึ้นและผู้ชนะได้เป็นประธานาธิบดีของรัฐโครเอเชียคือ ฟรานโย่ ทุจมาน(Franjo Tuđman) ผู้มีแนวคิดชาตินิยมรุนแรงและได้เป็นผู้ประกาศให้โครเอเชียแยกตัวออกจากยูโกสลาเวียเป็นประเทศเอกราช ด้วยเหตุนั้นจึ้งทำให้เกิดการลุกฮือขึ้นต่อต้านอำนาจของรัฐบาลโครเอเชียโดยชาวเซิร์บซึ่งอาศัยอยู่ภายในเขตแดนโครเอเชียในหลายๆจุด เกิดการต่อสู้และแย่งดินแดนก่อตั้งเป็นรัฐอิสระในความควบคุมของชาวเซิร์บไม่ขึ้นกับอำนาจจากรัฐบาลของโครเอเชียที่เรียกกันว่า Republic of Serbian Krajina [สาธารณรัฐเซอร์เบียน ครายิน่า]
 
 
เขตสีแดงๆคือดินแดน Republic of Serbian Krajina ในโครเอเชียที่ชาวเซิร์บติดอาวุธควบคุมอยู่
 
[[Picture credit: Wikipedia]]
 
       เนื่องจากโอซีเยคนั้น ตั้งอยู่ใกล้กับชายแดนเซอร์เบีย จึงสุ่มเสี่ยงที่จะถูกรวมเข้ากับเขต Krajina แนวตะวันออก ในวันที่ 27 มิถุนายน 1991 ก็ได้เกิดเหตุการณ์ที่ถือว่าเป็นการเปิดฉากความรุนแรงของสงครามประกาศอิสรภาพของโครเอเชียขึ้นในโอซีเยค เมื่อทหารของกองกำลัง JNA (กองทัพร่วมแห่งชาติยูโกสลาเวีย) ได้นำรถถังจากหน่วยทหารในโอซีเยคออกมาวิ่งก่อความวุ่นวายบนถนนในเมืองเพื่อเป็นการข่มขวัญประชาชนไม่ให้กล้าลุกขึ้นมาต่อต้านกองกำลัง JNA ที่จะมายึดเมืองกลับเข้าไปเป็นของยูโกสลาเวียดังเดิม
 
 
 
 
 
       เมื่อเข้าเดือนกรกฎา ปี 1991 ทหารของ JNA และกลุ่มชาวเซิร์บติดอาุวุธที่ยึดครองส่วนที่เป็นเขต Krajina  ได้เริ่มทำการโจมตีโอซีเยคด้วยการระดมยิงถล่มเมืองด้วยปืนใหญ่, รถถัง รวมถึงทิ้งระเบิดทางอากาศจนได้รับความเสียหายทั้งเมือง ซึ่งในช่วงแรกๆนั้น ทางฝั่งโครเอเชียไม่มีการเตรียมพร้อมที่เพียงพอในการปกป้องเมือง ด้วยว่านานาชาติได้คว่ำบาตรการนำเข้าอาวุธของเขตแดนยูโกสลาเวียทุกพื้นที่ ดังนั้นฝั่งกองกำลังของโครเอเชียจึงไม่สามารถต่อกรกับฝ่ายชาวเซิร์บที่มีคลังอาวุธของ JNA หนุนหลังได้ เป็นผลให้กองกำลังของฝั่งเซิร์บและ JNA สามารถปักหลักทำการต่อสู้ล้อมรอบๆเมืองได้ทั้งทิศเหนือ ตะวันออกและใต้ จนกระทั่งต้องเริ่มมีการลักลอบนำเข้าอาวุธและจัดกองกำลังจากซาเกร็บเข้ามาช่วยเสริมจนสามารถตั้งหลักและต่อสู้กับฝ่ายเซิร์บจนปกป้องเมืองไว้ได้้แม้จะเสียหายมหาศาลก็ตาม
 
 
      ในช่วงก่อนที่จะเกิดการประกาศแยกตัวของโครเอเชียนั้น ประชากรของโอซีเยคประมาณ 65% เป็นชาวโครแอท และอีก 20% เป็นชาวเซิร์บ ประมาณการณ์กันว่าในช่วงนั้น ผู้คนราวๆเกือบ 130,000 คนของโอซีเยค มีเพียงแค่ 1/3 ที่ยังคงเหลืออยู่ภายในเมืองในขณะที่ประชากรส่วนใหญ่ได้หลบหนีลี้ภัยไปยังที่อื่นกันตลอดการถูกระดมโจมตีกว่า 4 เดือนติดต่อกัน เชื่อกันว่าในระยะเวลานั้นโอซีเยคถูกถล่มด้วยปืนใหญ่ถึง 6000 ครั้ง
 
 
สภาพความเสียหายในเมืองจากการถูกฝ่ายเซิร์บติดอาวุธและ JNA โจมตีด้วยกระสุนปืนใหญ่
 
 
       เดือนมกรา 1992 หลังจากมีการลงนามในสัญญายิงหยุด การโจมตีมุ่งมายังโอซีเยคก็ค่อยๆเริ่มเบาบางลง แต่กระนั้นก็ไม่หยุดโดยสิ้นเชิงโดยกล่าวกันว่าโอซีเยคยังคงถูกยิงถล่มเป็นช่วงๆจนกระทั่งถึงในปี 1995  ตามข้อมูล จนถึงกลางปี 1992 มีคนเสียชีวิตในโอซีเยคจากการถูกโจมตีราว 800 กว่าคน และตัวเลขได้เพิ่มขึ้นเป็น 1724 คน - ในจำนวนนีเป็นทหาร 1327 คนและประชาชน 397 คน เมื่อรวบรวมข้อมูลจนถึงการสิ้นสุดของสงครามประกาศอิสรภาพของโครเอเชียในปี 1995
 
 
       แม้ว่าจะถูกฝ่ายเซิร์บและ JNA ระดมโจมตีรุนแรงต่อเนื่องกว่า 4 เดือน แต่เพราะโอซีเยคสามารถยืนหยัดอยู่ได้โดยที่ไม่ถูกยึดและทำลายโดยสิ้นเชิงอย่างเมือง Vukovar ซึ่งอยู่ไม่ห่างกันมากนัก และยังเป็นที่พักพิงของชาวโครเอเชียที่หนีมาจากเมืองวูโควาร์ที่ถูกฝ่ายเซิร์บยึด ทำให้โอซีเยคได้สมญาว่า Osijek - Nepokoreni grad (โอซีเยค - เมืองซึ่งไม่แพ้ / Osijek - Unconquered city)
 
 
กราฟิตี้บนกำแพงมุมนึ่งของเมืองที่เขียนไ้ว้ตั้งแต่ช่วงสงคราม ปัจจุบันเป็นสัญลักษณ์อย่างนึงของเมือง
 
[[Photo credit: Wikipedia]]
 
 
      ปี 2008 ได้มีการสืบสวนถึงอาชญากรสงครามที่เกี่ยวเนื่องกับการเสียชีวิตของพลเรือนในโอซีเยคช่วงที่มีการสู้รบ และได้มีการตัดสินว่า Branimir Glavaš ชาวโครแอทจากโอซีเยคซึ่งเป็นผู้นำกองกำลังทหารโครเอเชียต่อสู้ปกป้องเมืองในช่วงที่ถูกฝ่ายเซิร์บรุกรานนั้น ได้กระทำการสังหารและทรมานพลเมืองชาวเซิร์บในเมืองโอซีเยคด้วย ถือเป็นก้าวสำคัญที่ศาลของโครเอเชียยอมพิพากษาให้วีรบุรุษสงครามของประเทศตนที่ทำการปกป้องเมืองไว้ได้ให้มีความผิดในข้อหากระทำการโหดร้ายต่อคนเชื้อสายเซิร์บซึ่งชาวโครแอทส่วนใหญ่ถือเป็นศัตรูคู่อาฆาตและมองว่าความผิดทุกอย่างเป็นฝ่ายเซิร์บที่เริ่มก่อขึ้นมาเอง
 
 
 
อื่นๆ-
  • คำอธิบายเรื่องชื่อ
       เฮอร์โวเย่ [Hrvoje] เป็นชื่อของคนโครเอเชีย จากรากศัพท์ Hrvat มีความหมายว่า "Croat" ซึ่งหมายถึงการเป็นชาวโครเอเชียนั่นเอง โดยเจ้าตัวถูกให้เปลี่ยนชื่อเป็นชื่อนี้หลังโครเอเชียแยกตัวออกมาจากยูโกสลาเวียเพื่อสนองกระแสชาตินิยม
 
       โควาชิช [Kovačić] มีความหมายว่า "ทายาทของช่างเหล็ก" จากการผสมกันของคำว่า Kovač (ช่างเหล็ก) และ -ić ที่เป็นลักษณะนามสกุลของชาวสลาฟใต้หมายถึงว่าเป็นทายาทสืบสายของผู้ที่มีชื่อ/อาชีพที่เป็นคำหน้า ซึ่งนามสกุลนี้ค่อนข้างแพร่หลายในโครเอเชีย อยู่ในอันดับที่ 7 ของนามสกุลมีคนใช้มากที่สุดและคนที่ใช้นามสกุลนี้ส่วนนึงก็กระจุกตัวกันอยู่ในแคว้นสลาโวเนียที่เป็นที่ตั้งของโอซีเยค
 
 
  • ตำหนิหูที่แหว่ง(?)
       เกิดขึ้นเมื่อตอนการสู้รบช่วงสงครามประกาศอิสรภาพของโครเอเชียซึ่งเมืองถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง ระหว่างนั้นก็ไปช่วยพลเมืองเชื้อสายโครแอทจับอาวุธเท่าที่มีต่อสู้ป้องกันเมือง และก็ถูกสะเก็ดระเบิดจากห่ากระสุนปืนใหญ่ที่ถูกยิงใส่เมืองแทบไม่เว้นแต่ละวันจนบาดเจ็บเป็นตำหนีถาวร
 
 
  • Attitude ต่อชาวเซิร์บ ณ ปัจจุบัน
       แม้ว่าจะถูกชาวเซิร์บโจมตีอย่างหนักตอนช่วงสงครามประกาศอิสรภาพของโครเอเชีย แต่ก็ไม่ใช่คนเหมารวมจนผูกใจเจ็บกับคนเซิร์บไปเสียทุกคน เนื่องจากเพราะตัวเองตอนนั้นก็มีพลเมืองเป็นคนเชื้อสายเซิร์บด้วย รวมถึงเมื่อได้รู้เรื่องที่พลเมืองเชื้อสายเซิร์บของตัวเองก็ถูกฝ่ายโครแอตด้วยกันแท้ๆสังหาร ก็ทำให้ใจอ่อน(?)ขึ้นมาถนัด  แต่กระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะสนิทกับฝ่ายเซิร์บง่ายๆ แค่ไม่เกลียดแบบหลับหูหลับตาด้วยอคติแต่ก็รักษาระยะห่างกับเมืองเซิร์บทุกๆเมืองยกเว้น Subotica ที่เป็นเมืองพี่เมืองน้องกัน
 
 
สถานที่เด่นๆของโอซีเยค-
 
 
โบสถ์ St. Peter and St.Paul และน้ำพุจตุรัส Ante Starčević's square
 
 
อนุสาวรีย์ระลึกถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 27/06/1991 ตั้งอยู่ใกล้สี่แยกที่เกิดเหตุการณ์
 
 
ถนนเลียบริมแม่น้ำดราว่า
 
[[Photo credit:: Wikipedia]]
 
สะพานแขวนสำหรับคนเดินข้ามแม่น้ำดราว่า
 
[[Photo credit:: Wikipedia]]
 
 
นิสัย-

       -เนื่องจากทางโรงเรียนไม่อนุญาตให้เอาปืนยาวเข้ามาป้องกันตัวจากเบลกราดได้(หะ???) ดังนั้น...ไอเทมส่วนตัวที่จะมีติดตัวอยู่ทุกวันคือม้วนหนังสือพิมพ์หนาๆ เอาไว้หวดเบลกราดให้หน้าหงายแล้วฉวยโอกาสหนีเอาตัวรอดไป
 
       -ภายนอกดูเป็นพวกหน้านิ่ง ตกใจยากเพราะเพิ่งผ่านอะไรหนักๆมา จริงๆแล้วเป็นคนง่ายๆอะไรก็ได้ ไม่ผูกใจเจ็บ ไม่ชอบมีเรื่องกับใคร(.....แน่นอนเบลกราดเป็นข้อยกเว้น) เปิดรับทุกคนที่เข้ามาหาแต่อาจจะไม่ได้สนิทด้วยเร็วนัก ค่อนข้างสุภาพกับชาวต่างชาติอื่นๆ แต่กับบัลข่านด้วยกันจะเถื่อนออกมาให้เห็นบ้าง (บัลข่านไม่เถื่อนจริงอยู่ไม่ได้ //หืม)
 
       -เปิดใจได้สนิทกับฝั่งฮังการีและออสเตรีย เพราะตัวเองก็อยู่ใต้การปกครองของฮังการีมานานแล้วช่วงหลังๆก็มีออสเตรียมาอุ้มชูดูแลก็มาก แม้แต่ปัจจุบันนี้ก็ยังมีหลักฐานแสดงความสัมพันธ์คือโอซีเยคมีศูนย์วัฒนธรรมของชาวฮังการีอยู่ในเมือง รวมถึงเมืองพี่เมืองน้องแห่งเดียวในเซอร์เบียคือ Subotica ก็คบกันได้เพราะฝ่ายหลังเองนั้นมีประชากรเป็นเชื้อสายฮังการีถึงกว่า 1/3
 
       - ....ไม่ได้เกลียดเบลกราดนะ แต่รู้สึกว่าไว้ใจไม่ได้ ไม่อยากอยู่ใกล้ เดี๋ยวจะพาความซวย(?)มาหาอย่างที่ตัวเองงานเข้าเพราะดันไปอยู่กลางระ่หว่างที่เบลกราดกับหัวหน้า(ซาเกร็บ)ทะเลาะกัน(?? - หมายสงครามตอนยูโกฯแตกนั่นแล) เพราะงั้น...ถ้าเบลกราดมาอยู่ใกล้เกินไป จะหวด(?)ให้กระเด็นออกไปห่างๆ ไม่งั้นเดี๋ยวใครมาเ็ห็นเข้าแล้วเรื่องไปถึงหูหัวหน้าจะโดนหัวหน้าเอ็ดเอา
 
       - ...ทั้งหมดด้านบนนั่นเป็นแค่"กำแพง"ภายนอกเท่านั้นน่ะ ยังมีความลับ(?)อื่นๆซึ่งต้องฝ่ากำแพงที่มันสร้างเพื่อปกป้องตัวเองให้ได้เสียก่อนถึงจะเจอ ถ้ากะเทาะผ่านเข้าไปได้จะเจอคนใจอ่อนอย่างคาดไม่ถึง เก่งเรื่องทำอาหารพอตัว(โอซีเยคได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงด้านอาหารการกินของโครเอเชียอย่างไม่เป็นทางการ) ชอบอ่านหนังสือ เขียนนิยายบ้างบทประพันธ์ละครเวทีบ้าง  
 
 
 
ความสัมพันธ์กับอดีตบ้านยูโกฯคนอื่นๆ
 
เบลกราดและเซอร์เบียอื่นๆยกเว้นซูโบติชช่า - พอจะทำใจให้ไม่แค้นฝังหุ่นได้(....บ้าง - ตราบเท่าที่ไม่ไปยุ่งกับวูโควาร์) เพราะก็เห็น(?)ความเป็นจริงอยู่เองว่าคนเชื้อสายเซิร์บในโครเอเชียเองก็มีชะตาไม่ต่างกับคนโครแอทในเขต Republic of Serbian Krajina ที่ต่างก็ถูกขับไล่ออกจากถิ่นฐานหรือถูกฆ่าเพื่อกำจัดให้หมดไปก่อนจะยึดดินแดนเป็นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ก็ไม่ชอบใจที่เซอร์เบียใช้อำนาจโดยมีพื้นฐานจากแนวคิด Greater Serbia แล้วอ้างว่าทำเพื่อยูโกสลาเวีย
 
ซาราเยโวและบอสเนีย - ถือว่าเป็นแค่คนรู้จักกัน ไม่ได้เกลียดแต่ก็ไม่ได้สนิทสนมนับเป็นพี่น้องเพราะถือว่าช่วงยูโกฯนั้น ที่ผ่านมาก็เพียงแต่เสแสร้งว่าเป็นพี่น้องรักกันดี(?)เพื่อให้ติโต้สบายใจเท่านั้น จะมียกเ้ว้นคือ Tuzla ที่เป็นเมืองพี่เมืองน้องกันที่จะให้ความสนใจมากกว่าบอสเนียคนอื่นบ้าง
 
เมืองในสโลเวเนีย - ก็สนิทกันดีเพราะออกจากบ้านยูโกฯมาพร้อมๆกัน แม้เจ้าตัวจะอิจฉาฝั่งสโลเวเนียเล็กๆที่โดนฝั่งเซิร์บเล่นงานน้อยมากเมื่อเทียบกับตัวเองหรือฝั่งบอสเนีย
 
เมืองในอดีตสาธารณรัฐยูโกสลาฟมาเซโดเนีย [FYROM] - มองแบบก้ำกึ่งระหว่างอิจฉากับซาบซึ้งน้ำใจ(?) เพราะมาเซโดเนียสามารถออกจากยูโกฯได้โดยแทบไม่มีการต่อสู้ แต่สาเหตุนึงที่ฝั่งนั้นขอออกก็เพราะเห็นความไม่ชอบมาพากล(?)ภายในกองทัพร่วมของยูโกสลาเวีย [JNA] ที่กระทำการโดยให้ผลประโยชน์แก่ฝั่งเซิร์บเป็นหลัก จึงขอถอนกำลังพลที่เป็นเชื้อสายมาเซโดเนียออกจาก JNA ไม่ร่วมสู้รบเมื่อตอนโครเอเชียแยกตัวออกไป
 
เืมืองในมอนเตเนโกร - มองแบบเอือมๆประมาณว่า "สุดท้ายพวกนายก็อยู่กับฝั่งเิซิร์บไม่ไหวอยู่ดี แล้วไปทนเป็นเบ๊มันทำม้ายตั้งนานสองนาน"
 
 
.  .   .    .
 
 
แถม(?)
 
 
เมืองโครเอเชียด้วยกัน - ครอบครัวเดียวกันเป็นพี่น้องผ่านอะไรมาด้วยกันหลายอย่างแต่.... //เหล่
 
 ซาเกร็บ  -  ...หัวหน้าที่เคารพแต่บางทีก็ไม่ค่อยอยากจะรักเอาซักเท่าไหร่ เ็ห็นด้วยกับที่หัวหน้าไม่เอาด้วยแล้วกับบ้านยูโกฯเมื่อฝั่งเซิร์บเริ่มทำตามแนวคิด เกรทเตอร์ เซอร์เบีย  ...แต่ช่วยรอบคอบคิดหน้าคิดหลังดีๆกว่านี้หน่อยได้มั้ยคุณหัวหน้า?? ตัวเองไปอยู่ซะสุดโด่งเกือบถึงชายแดนสโลเวเนีย แต่ชั้นแมร่งมีเซิร์บอยู่ในระยะหน้ารั้วบ้าน ยิ่งวูโควาร์ยิ่งหนักแทบจะเรียกได้ว่าเซิร์บยืนพิงประตูบ้านอยู่นั่นแล้ว พวกตรูตายห่านสิแบบนี้ แถมไม่เตรียมพร้อมซ่องสุมอาวุธให้ดีก่อนจะประกาศแยกบ้านตูม แล้วไง พอเจอนานาชาติห้ามนำเข้าอาุวุธแล้วจะเอาอะไรไปสู้กับคลังแสงพวก JNA ไหว...ฉอดๆๆๆๆ
 
//ผปค.ขอถือวิสาสะปิดเครื่องอัดเสียงก่อนจะบ่นใส่ัหัวหน้าไปนานกว่านี้
 
 วูโควาร์  - น้องข้างบ้าน(?)ที่เป็นห่วงมากเพราะช่วงแยกบ้านโครเอเชียนั้นเป็นเมืองที่ถูกโจมตีได้รับความเสียหายและมีคนล้มตายมากที่สุดในโครเอเชีย (โอซีเยคเสียหายและมีจำนวนคนเสียชีวิตมากรองลงมาเป็นที่ 2) จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ค่อยฟื้นตัวดี หวง(?)มากกับฝั่งเซิร์บจะไม่ยอมให้ยุ่งให้แตะเด็ดขาด ถ้าเซิร์บหน้าไหนจะเข้าใกล้มีสู้สุดตัวแน่ๆไม่ว่าจะมาด้วยเจตนาดี(เชื่อถือได้รึเปล่า?)รึไม่ดี(กินลูกปืนไปซะ) 
 
 
 
 
 
รูปหน้าตรง 93 x 108
 
 
 
       ....คิดว่าน่าจะสมบูรณ์พอส่งได้แล้ว... แต่ก็อาจจะยังมีอีดิทเพิ่มเติมบ้างถ้าเจอข้อมูลอะไรเพิ่มที่น่าจะเอามาประกอบ หรือ ....แก้คำผิด ". .)  //ผปค.แก่แล้วขร้าบ พยายามจะตรวจคำผิดแล้วถ้าดักได้ไม่ครบทุกคำก็ขออภัย จะไล่ตรวจเพิ่มแล้วแก้ให้หมดไวๆนี้ครับ
 
 
 
ที่มาข้อมูล-
 
อ่ะแฮร่มมมมมหหหหหห์
ซาร่าฝากมาบอกว่าใช่ซี่มันแค่บังหน้าติโต้นี่ ใครจะเหมือนฉันที่รักทุกคนหมดใจไปแล้วกัน #แน่เรอะ
กับหัวหน้าหมเทิ่น จริงๆซาร่าคงเข้าใจว่าทำไมหมาเทิ่นถึงเคารพแต่ไม่ค่อยอยากรักเท่าไร 555
#เพราะที่คบกับซาเกร็บตอนนี้ก็คงเปนเพราะธุรกิจกับเรื่องชาวโครแอทในประเทสตัวเองล้วนๆ
//กดๆกอดๆหมาเทิ่นโอ๋ๆ ; A ; ) หูแหว่งเบย แง๊
เรื่องรถแดงนี่จรืงๆเลยน้า.... 
ซาเกร็บนี่จริงๆแล้วต้องศึกษาตำราพิชัยสงครามแน่ๆ ฮ่าๆ

#2 By Katja K. on 2013-08-17 02:15

ประวัติเมืองแน่นมากค่าา
เป็นประเทศที่มีการสู้รบเพื่ออิสรภาพเเหมือนกันเลย ชอบรูปตัวละครมากค่าา โดยเฉพาะรูปแรก ไว้มาเล่ยกันนะคะ

#1 By [[Small Embrace] on 2013-08-14 19:58