[EWAW] Ovo je...Osijek

posted on 14 Aug 2013 15:44 by najanubis in EWAW
 
 
 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนนึงของคอมมู
 
คำเตือนสักเล็กน้อยจากที่บล็อกคอมมู...
 
"จุดมุ่งหมายของคอมมูนิตี้นี้คือการได้รับความสนุกสนานและแฝงด้วยความรู้จากข้อมูลของแต่ละเมืองรวมถึงประเทศตามลักษณะ ของ Himaruya Hidekaz ผู้สร้าง Axis Powers Hetalia ซึ่งทางเราไม่ได้ต้องการให้เกิดดราม่าหรือสิ่งอื่นใด
 
หากท่านไม่ชมชอบคอมมูนิตี้นี้ โปรดวางตัวเฉยแล้วกด x ออกจากหน้าบล็อกเลยนะคะ"
 
 
แตกแขนง(?)มาลงอีกบล็อกจาก http://saixmedrik.exteen.com/ นะครับ
เพราะที่นู่นแค่บรานิกับวาเลนก็แย่งที่(?)กันจะแย่อยู่แล้วเวลาลงการบ้านที โฮๆ
 
 
 
 
"Žao mi je, but the Yugoslav concept no longer fits me."
 
 
 
 
 
 

ชื่อเมือง – Osijek / โอซีเยค
ทวีป – ยุโรป
ประเทศ - โครเอเชีย

ชื่อมนุษย์ – Hrvoje Kovačić (เฮอร์โวเย่ โควาชิช) 
อายุ - 16
เพศ - ชาย
ส่วนสูง/น้ำหนัก - 180 / 70
สีผม/สีตา - น้ำตาลเข้มเกือบดำ / ฟ้าปนเขียว
ภาษา - โครเอเชีย(ราชการ) / รู้ภาษาอังกฤษ, เยอรมันและฮังการีบ้าง

แผนการเรียน - ศิลป์
 

ลักษณะเมือง -
 
       ตั้งอยู่ทางตะวันออกของประเทศโครเอเชียบนฝั่งขวาของแม่น้ำดราว่า[Drava] ในอาณาบริเวณที่ราบลุ่มน้ำ Pannonian ของแคว้นสลาโวเนีย[Slavonia] เป็นเมืองใหญ่อันดับ 4 ของโครเอเชียและเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของแคว้น โดยเป็นเมืองเอกของเขตปกครองย่อย Osijek-Baranja county โอซีเยคอยู่ห่างจากจุดบรรจบของแม่น้ำดราว่าและแม่น้ำดานูบประมาณ 25 กิโล ซึ่งแนวของแม่น้ำดานูบนั้นก็เป็นชายแดนระหว่างโครเอเชียและเซอร์เบียด้วย ด้วยเหตุนั้นที่นี่จึงเป็นเมืองใหญ่ของโครเอเชียที่อยู่ใกล้กับเซอร์เบียมากที่สุดด้วยระยะทางเพียงราว 30 กิโลเมตร
 
       ชื่อของเมือง มาจากคำว่า oseka ในภาษาโครเอเชียซึ่งแปลว่า "น้ำลง" และได้รับการดัดแปลงเป็นภาษาอื่นๆเช่น ภาษาฮังการี - Eszék, ภาษาเยอรมัน Esseg หรือ Essegg, ภาษาตุรกี Ösek หรือ Esgek.
 
ตัวเมืองหลักของโอซีเยคตั้งอยู่ทิศใต้(ฝั่งขวา)ของแม่น้ำดราว่า เส้นดำหนาๆทางตะวันออกคือชายแดนโครเอเชีย-เซอร์เบีย

 
ระยะห่างของโอซีเยคกับเมืองหลวงคือซาเกร็บ เทียบกับระยะห่างจากชายแดนโครเอเชีย-เซอร์เบีย

 
ตำแหน่งของโอซีเยคในเขตประเทศที่เคยเป็นอดีตยูโกสลาเวียทั้งหมด

 
 
       สถาปัตยกรรมในเมืองส่วนใหญ่เป็นสไตล์การก่อสร้างจากสมัยที่เมืองอยู่ในความปกครองของอาณาจักรออสเตรีย-ฮังการี โดยเฉพาะเขตเมืองเก่าของโอซีเยคที่เรียกกันว่า Tvrđa (Citadel) นั้น ถือว่าเป็นกลุ่มสถาปัตยกรรมแบบบาโรกที่ใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดในเขตประเทศโครเอเชียที่สร้างตั้งแต่ยุค 1710+ ประกอบไปด้วยที่ทำการของส่วนปกครอง กองบัญชาการทหารและย่านการค้า นอกจากนั้นโอซีเยคยังถือเป็นเมืองใหญ่ที่มีพื้นที่เป็นร่มเงาแมกไม้มากที่สุดในโครเอเชียอีกด้วยกับจำนวนสวนสาธารณะถึง 17 แห่ง ภายในขอบเขตตัวเมือง
 
       หลังจากช่วงสงครามการประกาศอิสรภาพของโครเอเชียในปี 1991-1995 อาคารต่างๆในเมืองได้รับความเสียหายจากการถูกระดมยิงด้วยปืนใหญ่และระเบิด แม้กระทั่งทุกวันนี้ก็ยังสามารถเห็นร่องรอยความเสียหายจากช่วงเวลานั้นบนตัวอาคารภายในรัศมีขอบเขตของเมืองได้อยู่
 
 
วิวทางอากาศของโอซีเยค กลุ่มอาคารที่อยู่ตรงกลางภาพคือ Tvrđa ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำดราว่า
 
 
       ตัวเลขประชากรของโอซีเยคนั้นอยู่ที่ประมาณ 108,000 คน โดยมากกว่า 85% เป็นชาวโครแอต เกือบๆ 8% เป็นชาวเซิร์บ 1% เป็นชาวฮังการี  ในด้านศาสนา กว่า 84%ของประชากรนั้นนับถือศาสนาคริสต์แบบโรมันคาธอลิก 7.5%เป็นชาวคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์
 
       ปัจจุบันนี้โอซีเยคเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมทั้งจากสถาปัตยกรรมแบบบาโรกที่สร้างไว้ตั้งแต่สมัยอยู่ใต้การปกครองของออสเตรีย-ฮังการี และวิวริมแม่น้ำดราว่า ทั้งยังเป็นเขตอุตสาหกรรมที่ถูกขนานนามว่าเป็นแมนเชสเตอร์ของโครเอเชีย มีอุตสาหกรรมวิศวกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร อุตสาหกรรมเคมี ขนมหวาน น้ำตาลและเบียร์


ประวัติเมือง -
 
       แม้บริเวณที่ตั้งของเมืองโอซีเยคในปัจจุบันนั้น จะเคยมีชุมชนอยู่ตั้งแต่สมัยโรมันในชื่อ Mursa แต่ประวัติศาสตร์ของเมืองถือกันว่าเริ่มขึ้นในปี 1196 อันเป็นครั้งแรกที่มีการเอ่ยถึงเมืองหลังจากการอพยพเข้ามาของชาวโครแอทซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของฮังการีในสมัยของกษัตริย์ Emerik ซึ่งในหลักฐานการเอ่ยถึงเมืองนั้นกล่าวเรื่องการให้สิทธิ์เก็บภาษีการค้าและการขนส่งทางเรือในลำน้ำดราว่าแก่คณะนักบวชคาธอลิกของโอซีเยค
 
       ช่วงแรกๆนั้น โอซีเยคถูกครอบครองโดยตระกูลขุนนางใต้อำนาจของฮังการีสืบทอดต่อๆกันมา โดยเฉพาะช่วงปี 1353-1472 ซึ่งตระกูล Korog ได้ปกครองเมืองติดต่อกันอย่างยาวนานที่สุด จนกระทั่งการมาถึงของอาณาจักรออตโตมันในวันที่ 8 เดือนสิงหาคมปี 1526 โอซีเยคซึ่งไม่อาจต่อสู้ขัดขืนได้ก็ถูกทำลายเสียหายเพื่อล้มล้างอิทธิพลของฮังการีในเขตเมืองออกไป ก่อนที่ฝ่ายออตโตมันจะเริ่มก่อสร้างสิ่งปลุกสร้างในเมืองขึ้นมาใหม่โดยให้เอนเอียงไปทางแบบตะวันออกมากขึ้น และสิ่งก่อสร้างที่เด่นที่สุดของโอซีเยคภายในช่วงการปกครองของออตโตมันก็ปรากฏขึ้นเมื่อสุลต่าน Suleiman the Magnificent ได้ดำริให้มีการสร้างสะพานไม้ยาว 8 กิโลเมตร ข้ามแม่น้ำดราว่าจากฝั่งเมืองโอซีเยคต่อยาวไปจนถึงหมู่บ้าน Darda ที่อยู่ห่างออกไปทางเหนือ
 
 
       ที่สุดแล้วในวันที่ 29 กันยายน 1687 โอซีเยคก็ตกไปอยู่ในความครอบครองของอาณาจักรฮับส์บวร์กและชาวเติร์กก็ถูกขับไล่ออกจากเมืองหมดสิ้น เมื่อได้กลับเข้ามาอยู่ใต้อำนาจของยุโรปอีกครั้ง เมืองก็ได้รับการก่อสร้างแต่งเติม จากเมืองปราการเดี่ยวๆริมฝั่งน้ำดราว่าก็ให้มีชุมชนขยายกว้างห่างออกไปทั้งฝั่งเหนือ(เรียกว่า Gornji Grad) และด้านใต้(Donji Grad) เพื่อรองรับชาวเมืองที่อาศัยอยู่ในเขตกำแพงปราการดั้งเดิม ซึ่งเมื่อฮับส์บวร์กเข้ามาก็ได้ทำการสร้างป้อมปราการเดิมเสียใหม่ให้หนาแน่นมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นจนกลายเป็นเขตเมืองเก่าหรือ Tvrđa ที่ยังคงอยู่เป็นหัวใจของเมืองจนถึงทุกวันนี้ จนกระทั่งปี 1786 ทั้งสามส่วนของเมืองจึงได้ขยายจนมาบรรจบกันกลายเป็นส่วนเดียว
 
       หลังมาอยู่ใต้การปกครองฮับส์บูร์ก โอซีเยคได้กลายเป็นเมืองศูนย์กลางของ Kingdom of Slavonia ซึ่งเป็นเสมือนแคว้นในการปกครองแคว้นนึงของออสเตรียในช่วงปี 1699-1868 และได้รับการประกาศเป็น Free Royal City (เมืองที่การปกครองขึ้นตรงต่อกษัตริย์โดยตรงโดยไร้ซึ่งการแบ่งชั้นอำนาจลงมาให้ขุนนางเป็นผู้ปกครองเมือง และมีอำนาจสามารถจัดการเรื่องภายในของเมืองเองได้) และในสมัยต้นคริสต์ศตวรรษที่ี 19 นั้น โอซีเยคมีฐานะเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเขตโครเอเชียและมีความเจริญทัดเทียมกับเมืองอื่นๆในยุโรปตอนกลางจากอานิสงส์ด้านวัฒนธรรม, สถาปัตยกรรม และเศรษฐกิจสังคมจากทั้งฝั่งออสเตรียและฮังการี
 
 
Tvrđa หรือเขตป้อมปราการที่ถูกสร้างขึ้นใหม่อย่างสวยงามเป็นระเบียบในสมัยฮับส์บวร์กปกครองเมือง
 
 
 
       หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 และการล่มสลายลงของอาณาจักรออสเตรีย-ฮังการี โอซีเยคซึ่งเป็นส่วนของโครเอเชียก็ถูกร่วมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรเซิร์บ-โครแอทและสโลเวน (ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น ราชอาณาจักรยูโกสลาเวีย)  ต่อมาเมื่อสงครามโลกครั้งที่สองเริ่มขึ้น ยูโกสลาเวียถูกกองกำลังของฝ่ายอักษะเข้าโจมตีจนแตกพ่ายไปแล้วถูกแบ่งสรรกันระหว่างเยอรมัน อิตาลี ฮังการีและบัลกาเรีย เขต Baranja นั้นถูกส่งต่อให้ไปอยู่ในความดูแลของฮังการีและโอซีเยคก็ได้กลายสภาพเป็นเมืองชายแดนเนื่องจากอยู่ในฝั่งรัฐอิสระโครเอเชียซึ่งเป็นรัฐหุ่นเชิดของนาซี
 
       ในระหว่างนั้น ด้วยเหตุที่ในเขตเมืองนั้นมีโรงกลั่นน้ำมันอยู่ทำให้เป็นที่ถูกหมายตาโดยฝ่ายสัมพันธมิตรในแผนการทำลายแหล่งเชื้อเพลิงของกองทัพนาซี เมืองก็ถูกโจมตีทิ้งระเบิดใส่จากฝ่ายสัมพันธมิตรในวันที่ 14 มิถุนายน 1944  จนกระทั่งในที่สุดเมืองได้รับการปลดปล่อยจากการควบคุมของนาซีโดยกองกำลังยูโกสลาฟปาร์ติซานร่วมกับโซเวียต และครั้นรัฐหุ่นเชิดโครเอเชียล่มสลายลง โอซีเยคและโครเอเชียทั้งหมดก็กลับเข้าไปรวมอยู่เป็นสหพันธรัฐสังคมนิยมยูโกสลาเวีย
 
       ด้วยตำแหน่งที่ตั้งซึ่งเป็นส่วนเชื่อมระหว่างเบลกราดที่เป็นเมืองหลวงของรัฐเซอร์เบียและยูโกสลาเวียกับเมืองหลวงของรัฐโครเอเชียคือซาเกร็บ ทำให้ในช่วงการอยู่ในยูโกสลาเวียภายในระบอบสังคมนิยม โอซีเยคได้รับการพัฒนาให้เน้นไปทางอุตสาหกรรมการเกษตรและผลิตอาหารควบคู่กับการเป็นเมืองศิลปะวัฒนธรรม และในช่วงยุค 1980 ก็ได้มีการเปิดสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นของเมือง
 
 
 
       ....หลังการถึงแก่อสัญกรรมของจอมพลติโต้ผู้กุมอำนาจการปกครองยูโกสลาเวียด้วยการกดกำราบแนวคิดชาตินิยมทั้งหลายไว้ในปี 1980 หลังจากนั้นจนถึงปี 1990 ความรุนแรงของการแบ่งแยกทางเชื้อชาติก็เริ่มโหมฮือขึ้นจนกระทั่งถึงจุดแตกหักเมื่อในปี 1990 โครเอเชียจัดการเลือกตั้งภายในขึ้นและผู้ชนะได้เป็นประธานาธิบดีของรัฐโครเอเชียคือ ฟรานโย่ ทุจมาน(Franjo Tuđman