[EWAW] Grad na Dravi - Osijek je moj dom

posted on 01 Nov 2013 16:15 by najanubis in EWAW
 
 
 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนนึงของคอมมู
 
คำเตือนสักเล็กน้อยจากที่บล็อกคอมมู...
 
"จุดมุ่งหมายของคอมมูนิตี้นี้คือการได้รับความสนุกสนานและแฝงด้วยความรู้จากข้อมูลของแต่ละเมืองรวมถึงประเทศตามลักษณะ ของ Himaruya Hidekaz ผู้สร้าง Axis Powers Hetalia ซึ่งทางเราไม่ได้ต้องการให้เกิดดราม่าหรือสิ่งอื่นใด
 
หากท่านไม่ชมชอบคอมมูนิตี้นี้ โปรดวางตัวเฉยแล้วกด x ออกจากหน้าบล็อกเลยนะคะ"
 
 
 
 
 
รหัสนักเรียน : 132015
ชื่อเเมือง/ชื่อประเทศ : Osijek / Croatia
ชื่อมนุษย์ : Hrvoje Kovačić
 
 
[[Day I - Welcome to a city called Osijek]] (ลิงค์การบ้านเอนทรี่แรก)
 
 
 
 
           Osijek-Baranja on Tour - Day2 :: October 12th
 
 
       "แกร๊ก....อือ....ฮัล...โหล?"
 
 
       "Dobro jutro ครับคุณเอ กรุณาลุกจากเตียงได้แล้วครับ ชั้นจะรออยู่ที่ห้องอาหารโรงแรมโต๊ะทางริมกระจกด้านติดแม่น้ำนะ" ชั้นเกือบจะวางหูโทรศัพท์ที่ให้พนักงานที่ล็อบบี้ต่อไปปลุกให้โดยไม่ทันได้ยินเสียงประท้วงโอดครวญของคุณเอ "เช้าแล้วเหรอเนี่ย...... โอ๊ยยยยยยยยยยย ..ขอนอนต่ออีกนิดไม่ได้เหรอ?"
 
       "เตียงไม่สบายเท่าสปาหรอกครับ เชื่อเถอะ คุณจะยอมแพ้เอาพิมเสนไปแลกเกลือเพราะความง่วงนิดเดียวจริงๆน่ะรึ?"
 
       "้ห้ะ? ส---------"
 
 
 
       "โต๊ะริมกระจกด้านติดแม่น้ำำนะครับ" แกร๊ก..
 
 
-----+---+---+---+---+-----
 
 
 
 
       หนังสือพิมพ์ที่ชั้นอ่านอยู่ถูกพับวางบนโต๊ะข้างๆจานอาหารเช้าเมื่อคุณเอถือจานที่ไปตักบุฟเฟ่ต์อาหารเช้าใส่มาจนเต็มเพียบเดินมาหาเจอโต๊ะจนได้ แต่ดูเหมือนสายตาคุณเอจะซุกซน(?)เหลือบไปเห็นพาดหัวข่าวของหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษเข้า
 
 
       "Croatia Arrests Policeman in Vukovar Serb Signs Row? เฮ่...มีเรื่องใหญ่อะไรกันรึเปล่าน่ะ?"
 
 
 
       ชั้นเผลอตวัดสายตามองไปที่คุณเอจนคุณเอสะดุ้งเกือบจะทำถาดใส่จานอาหารเช้าร่วงหลุดมือ "อะ..อ่า... เข้าใจแล้ว ไม่ถามๆเพราะมันเกี่ยวกะเซิร์บนี่นะ"
 
 
       หลังจากลองตวัดสายตาดูไปรอบๆข้างให้แน่ใจว่าโต๊ะใกล้ๆกันในระยะที่พอจะได้ยินการสนทนาได้ไม่มีใครนั่งจับจองอยู่ ชั้นก็ค่อยๆเปิดปาก "ถามก็ได้ แต่ชั้นรับประกันไม่ได้หรอกนะว่าถ้าคนอื่นได้ยิน...โดยเฉพาะถ้าเป็นคนโครแอท คุณจะถูกเพ่งเล็งยังไงบ้างเพราะคนอื่นอาจจะไม่ได้รู้ในสิ่งที่ชั้นรู้ และยังเชื่อในสิ่งที่พวกนักการเมืองเอามาบังหน้าบิดเบือนความผิดของ-ฮีโร่ของชาติ-อยู่"
 
       "....." คุณเอเงียบแล้วก้มหน้างุดๆเริ่มทานอาหารเช้าด้วยสีหน้าที่ชั้นคาดเดาแปลความได้ว่า-"ไม่น่าไปเปิดประเด็นนี้ขึ้นมาเลย"
 
 
       "สิ่งที่เป็นวัฒนธรรมอย่างนึงของเหล่าประเทศที่เคยเป็นอดีตยูโกสลาเวียตอนนี้.... คือการ"โทษคนอื่นในสิ่งที่ผิดแล้วมองตัวเองว่าเป็นเหยื่ออย่างเดียว" ...การรับรู้แต่ความยากแค้นที่-พวกของตน-ได้รับในช่วงสงครามท่าทำเมินลืมความทุกข์ยากของคนอื่นที่ไม่ใช่-พวกเดียวกับตัวเอง-ประสบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าความทุกข์ยากนั้นเกิดจากน้ำมือคนที่เป็นพวกเดียวกับตัวเอง"
 
 
       ชั้นนั่งกอดอกแล้วเมินมองออกไปดูผิวน้ำแม่น้ำดรา่ว่าพริ้วไหวด้วยแรงลมของฤดูใบไม้ร่วงและการไหลของมวลน้ำ
 
       "นาน......หลายปีทีเดียว กว่าชั้นรู้่ว่า..ตอนที่ชั้นจับปืนช่วยทหารโครแอทด้วยกันป้องกันพวกเซิร์บติดอาวุธไม่ให้เข้ามายึดเมืองได้นั่นน่ะ ในตอนนั้นก็มีพลเมืองเซิร์บถูกทรมานจนตายในเมืองนี่เอง แต่เพราะคนเซิร์บที่เคยมี่อยู่ราว 20% ถูกขับไล่ไปเสียแทบทั้งหมด ก็เลย...ไม่มีใครมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับคนที่ถูกฆ่าไป จนตอนนี้อีกก็ยังมีปัญหาอยู่ เมื่อเดือนมิถุนามีการเปิดแผ่นจารึกรายชื่อผู้เป็น-เหยื่อ-จากช่วงเวลานั้นทั้งหมดที่เสียชีวิตในเมือง ทว่าก็มีคนโครแอทไม่พอใจที่ในรายชื่อนั้นมีคนเซิร์บรวมอยู่ด้วย"
 
 
 
       เสียงเก้าอี้ของโต๊ะที่อยู่เยื้องไป 3-4 เมตรถูกเลื่อนขยับเมื่อโต๊ะนั่นไม่ว่างอีกต่อไปแล้วทำให้ชั้นต้อง...หยุด.......
 
 
 
 
       และสรรพเสียงต่างๆรอบข้างก็กลับมาเป็นอย่างที่มันควรจะเป็น เสียงช้อน ส้อน มีด กระทบกับจานอาหาร ดังไม่เป็นจังหวะเมื่อแขกของโรงแรมเริ่มทยอยลงมาทานอาหารเช้ากันมากขึ้น... จนคุณเอทานเสร็จถึงได้เริ่มมีบทสนทนาหวนกลับมาที่โต๊ะของพวกเราอีกครั้ง
 
       "อานี่...เหมือนตอนลงลิฟท์มา จะเห็นป้ายบอกว่ามีสปาอยู่บนชั้นบนสุดนี่? ที่ให้รีบตื่นนี้...คิวเยอะต้องรีบไปจองรึไง?"
 
       "ไม่ได้บอกสักนิดนะครับว่าที่จะไปนี่สปาโรงแรม....." ชั้นเก็บม้วนหนังสือพิมพ์แล้วลุกขึ้น "ทานเสร็จก็...ออกไปข้างนอกกันได้แล้วละครับ ต้องไปต่อรถไปอีกเกือบ 20 กิโล"
 
 
       คุณเอนั่งอืดทำสีหน้าขี้เกียจเหมือนจะบอกว่า "ออกข้างนอกไปไกลๆอีกแล้วเร้อ~~~~"
 
 
 
 
      ราวๆเกือบ 9 โมงเช้า ชั้นก็พาคุณเอลงรถโดยสารที่บิซโอวัช[Bisovac]ที่เป็นชุมชนเล็กๆประชากรเกือบ 5,000 คน อยู่ห่างบ้านชั้นทางตะัวันตกสัก 18 กิโล
 
       "หืมมมมมม มีแต่นา~" คุณเอเหม่อมองทุ่งเกษตรรอบๆแบบไม่แน่ใจว่าสปากลางทุ่ง(?)นี่มันจะน่าสนใจไปกว่าสปาในโรงแรมสี่ดาวได้จริงน่ะ?
 
 
 
        ชั้นพาคุณเอเดินผ่านตัวเมืองจะไปขึ้นรถรับส่งนักท่องเที่ยวต่อ จนสักพักก็ไปเจออะไรน่าสนใจเข้า..... ก็ไม่อะไรหรอก แค่กลุ่มนักท่องเที่ยวอื่นที่แวะมาที่นี่เหมือนกันแต่ไม่แน่ใจว่าจะมีจุดหมายเดียวกับเรารึเปล่า แต่ยังไงก็เถอะ เป็นโอกาส(?)อันดีของคุณเอละ
 
 
       "เอ๋? เอ๊ยยยย จะลากไปไหนน่ะ?"
 
       "พาไปให้เห็นหลักฐานให้คุณถ่ายรูปไปยืนยันกับใครๆได้น่ะสิครับว่ามาถึงบิซโอวัชจริงๆ" และที่ลานใกล้ๆโบสถ์เล็กของบิซโอวัช จุดสนใจที่นักท่องเที่ยวจอแจรุมล้อมถ่ายรูปกันอยู่นั่นก็คือ....
 
 
(จิ้มที่รูปเพื่อดูรูปขนาดเต็ม)
 
 
 
       สีสันละลานตาของผ้าลูกไม้และลายผ้าปักทั้งหลายนั่นทำเอาคุณเอพุ่งเข้าไปแจมกับคนอื่นพร้อมกล้องทีเดียว
 
 
 
       ชั้นยืนรออย่างสงบเสงี่ยมให้คุณเอรัวชัตเตอร์จนหนำใจก่อนแล้วค่อยเริ่มบอกว่าอะไรเป็นอะไร..... "ชุดประจำถิ่นของบิซโอวัชค่อนข้างจะเป็นที่สนใจอยู่ไม่น้อย ถือกันว่าเป็นชุดประจำถิ่นที่มีลวดลายละเอียดวิจิตรมากที่สุดแบบนึงของโครเอเชีย... แต่ที่แน่ๆ... ไม่มีชุดประจำถิ่นของแถบไหนจะกระโปรงฟูบานมากไปกว่าของที่นี่อีกแล้วละ"
 
       "ชุดประจำถิ่นเหรอ.... เงื่อนไขของการบ้านที่นายบอกไ้ว้ ก็มีให้ใส่ชุดประจำชาติเหมือนกันนี่นาใช่มั้ย?"
 
 
       "....." ท่าทางที่ชั้นทำหน้าปุเลี่ยนๆใส่ดูจะสั่นคลอนความมั่นใจ(?)ของคุณเอไปอีกยก "ทะ...ทำไมละ..มองแบบนั้น?"
 
 
       "มาพูดในเวลานี้..........อยากใส่แบบนั้นเหรอครับ? กระโปรงฟูๆนั่นน่ะ?"
 
 
 
       หน้าคุณเอขึ้นสีแดงๆขึ้นมาอย่างไวจนชั้นแอบสนใจอยากลองดูซะแล้วสิว่าถ้ามื้อกลางวันวันนี้หลอกให้ทานคูเลนจะสามารถหน้าแดงได้ไวเท่านี้มั้ยน้า....
 
 
 
 
       "........" เมื่อถึงที่ คุณเอยืนมองปล่อยดอทใส่เจ้ากลุ่มอาคารขนาดมโหฬารตรงหน้าพวกเรานั่น "กลางหมู่บ้านท้องไร่ท้องนานี่....มีศูนย์บัญชาการ(?)อะไรด้วยเหรอเนี่ย?"
 
       "ศูนย์บัญชาการอะไรกันเล่าครับ นี่ละสปาที่ชั้นที่จะพามา"
 
       "ห๊าาาาาาา~~~"
 
 
 
 
 
 
       เข้ามาด้านในแล้วคุณเอก็มองซ้ายมองขวาเหมือนจะตื่นๆกับผู้คนที่มีเยอะกว่าที่คาดคิดไว้ "...ดูข้างนอกนี่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าข้างในจะทันสมัยขนาดนี้ คนเยอะด้วย"
 
       "อืม..ก็ ไม่กี่ปีมานี่ ทางการเพิ่งประกาศให้ที่นี่เป็นหนึ่งในศูนย์บำบัดโรคด้วยน้ำแร่ตามธรรมชาติน่ะ" ชั้นเองก็หันซ้ายหันขวาเหมือนกันให้แน่ใจว่า...จะไม่เจอคนหน้าคุ้นๆหลายๆคนมาอยู่ที่นี่พร้อมกันโดยบังเอิญด้วย "เมื่อราวๆ 50 ปีก่อน ที่นี่มีการขุดเจาะสำรวจแหล่งน้ำมันน่ะ แต่ปรากฏว่าขุดลงไปแล้ว ที่เจอแทนกลับเป็นน้ำใต้ดิน...ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นน้ำเค็มและมีอุณหภูมิค่อนข้างสูง ตามข้อมูลบอกว่า น้ำแร่ใต้ดินนั้นน่ะคือน้ำจากทะเลแพนโนเนียน [Pannonian Sea] ที่เคยกินอาณาบริเวณที่ราบแพนโนเนียนในหลายๆประเทศในสมัยก่อน"
 
[[Picture credit:: Wikipedia]]
 
 
       "อ๊ะ งั้นก็หมายความว่าครั้งนึงบ้านนายก็เคยมีทะเลด้วยสิ?" คุณเอพูดเหมือนจะปลอบใจ(?)ชั้นจากที่เคยบ่นๆไปว่าถูกเมินเพราะไม่มีทะเล
 
       "เมื่อ 10 ล้านปีก่อนน่ะเหรอ.....? อย่าว่าแต่ชั้นเลย บรรพบุรุษมนุษย์คนแรกก็ยังไม่เกิด" ......เงียบ แล้วก็เงียบไปแทบจะตลอดการไปเปลี่ยนชุดว่ายน้ำแล้วลงแช่น้ำแร่ให้สบายตัวกัน
 
 
       .......แล้วเมื่อยามเที่ยงมาถึง ก็กลับขึ้นจากสระเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็ไปหาอะไรทานกันที่ห้องอาหารของสปา
 
 
 
 
       "คุณเอครับ....ยังจะบทสนทนาเมื่อวานได้รึเปล่า? ที่บอกว่าไม่อยากให้ชั้นโกรธน่ะ?" ...คุณเอผงกหน้าหงึกๆเหงื่อซึม
 
       "ถ้าเช่นนั้น.....เรามา-ทำสัญญา-กันดีกว่าครับ" ชั้นละออกไปยกซัมติงที่สั่งไว้จากเคานเตอร์มาที่โต๊ะ ซึ่งคุณเอก็ทำหน้าหยึ๋ยสยดสยองเมื่อชั้นสาวเท้าย้อนมาถึงระยะที่พอมองออกว่าของที่ถือกลับมานั่นอะไร
 
 
 
       "ทะ..ทะ.....ทะ.......ทำไหมมันแดงแจ๋แบบนั้นเลยล่ะ?? เนื้อไม่สุกแบบยังฉ่ำเลือดอยู่แบบนั้นชั้นไม่กินนะ"
 
       ชั้นวางอาหารประจำถิ่นเจ้าปัญหาที่เพิ่งถูกกล่าวหา่ว่าเป็นเนื้อดิบฉ่ำเลือดลงบนโต๊ะแล้วนั่งมองหน้าคุณเอที่เริ่มขวัญไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจากตรงข้ามอีกฝั่งโต๊ะแบบบอสมาเฟีย //ไม่
 
 
       "นี่คือคูเลน[Kulen] เป็นไส้กรอกครับและเป็นของดีขึ้นชื่อที่สุดของสลาโวเนียจนกระทั่งได้รับการปกป้องจากทางการ EU ให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติอย่างหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งไม่ใช่เนื้อดิบฉ่ำเลือดอย่างที่คุณระแวงแน่ๆครับ ในฐานะที่ชั้นเองได้รับการให้เกียรติยกย่องอย่างกึ่งเป็นทางการว่าเป็นเมืองหลวงด้านอาหารการกินของประเทศนี้ ทั้งยังเป็นเมืองใหญ่สุดที่เป็นหน้าเป็นตาของแคว้นสลาโวเนีย.....จะพาแขกมาเที่ยวแถวบ้านทั้งทีโดยไม่ให้ลองคูเลน เห็นที่คงจะโดนพี่ๆน้องๆในสลาโวเนียด้วยกันประณามไปอีกนานแน่ๆ เพราะฉะนั้น........"
 
 
       "..มะ....ไม่ใช่เลือด แล้วที่แดงๆแบบนั้นมันอะไรล่ะนั่น?? ชั่นไม่เคยเจอไส้กรอกที่ไหนสีแบบนี้มาก่อนเลย"
 
 
       "พริกปาปริก้าครับ" ...พูดจบสีหน้าคุณเอก็เปลี่ยนทันทีประมาณว่า 'Oh God, NOT AGAIN.'
 
 
 
      "ชั้นไม่หวังให้คุณจัดการให้เกลี้ยงจานนี่เลยหรอกครับ แต่อย่างน้อยขอให้คุณได้ทาน... ทาน