[EWAW] Osijek - Nepokoreni Grad

posted on 21 Nov 2013 00:06 by najanubis in EWAW
 
 
 
 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนนึงของคอมมู
 
คำเตือนสักเล็กน้อยจากที่บล็อกคอมมู...
 
"จุดมุ่งหมายของคอมมูนิตี้นี้คือการได้รับความสนุกสนานและแฝงด้วยความรู้จากข้อมูลของแต่ละเมืองรวมถึงประเทศตามลักษณะ ของ Himaruya Hidekaz ผู้สร้าง Axis Powers Hetalia ซึ่งทางเราไม่ได้ต้องการให้เกิดดราม่าหรือสิ่งอื่นใด
 
หากท่านไม่ชมชอบคอมมูนิตี้นี้ โปรดวางตัวเฉยแล้วกด x ออกจากหน้าบล็อกเลยนะคะ"
 
 
 
 
 
รหัสนักเรียน : 132015
ชื่อเมือง/ชื่อประเทศ : Osijek / Croatia
ชื่อมนุษย์ : Hrvoje Kovačić
 
 
[[Day I - Welcome to a city called Osijek]] (ลิงค์การบ้านเอนทรี่แรก)
[[Day II - City on Drava, Osijek is my home]] (ลิงค์การบ้านเอนทรี่สอง)
 
 
 
           Osijek-Baranja on Tour - Day3 :: October 13th
 
 
 
 
       8 โมงครึ่ง.....เช้าัวันอาทิตย์ที่จะเป็นวันสุดท้ายของการพาคุณเอเที่ยวบ้านชั้นตามการบ้านแรกนี่ ทว่าสิ่งที่ต่างกับวันอื่นๆที่ผ่านมานอกจากวันนี้โบสถ์เซนต์ปีเตอร์กับเซนต์พอลจะทำพิธีสวดมากครั้งกว่าัวันอื่นๆ... คือวันนี้ชั้นไม่ได้ไปให้พนักงานต่อสายให้เพื่อไปปลุกคุณเอ กลับกันเสียอีกชั้นแค่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์เงียบๆอยู่ที่มุมนึงของล็อบบี้ติดทิวกระจกหน้าต่างเป็นทางยาวหันเข้าหาแม่น้ำดราว่า นานๆก็เงยขึ้นพักสายตาจากหมู่ตัวอักษรที่เรียงร้อยกันไปมองความสงบเงียบของท่าจอดเรือเยื้องๆโรงแีรมไปเพียงไม่ไกล
 
 
 
 
 
      ...ทว่าไม่กี่นาทีหลังจากนั่น ช่วงเวลาการอ่านหนังสือพิมพ์อย่างสงบของชั้นก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงคุ้นๆ.... "สายแล้ว! สายแล้ววววว!! แย่แน่! โดนโกรธแหงๆ!!!!"
 
 
 
       ชั้นได้แต่เงยหน้ามาแค่ทันเห็นคุณเอพุ่งพรวดออกจากลิฟท์มาที่ชั้นล็อบบี้ก่อนจะกระโจนหายเข้าไปทางทิศห้องอาหารภายใน 3-4 วินาที เอ่อ....ก็ไม่ให้เวลาชั้นพยายามประมวลผลความเข้าใจจากสิ่งที่เห็นนั่นเลยว่ามันเกิดอะไรกันขึ้น....?
 
       ยังไงก็ตาม...ชั้นควรจะเดินไปหาให้คุณเอเจอหน้า จะได้จบสิ้นสภาวะตื่นตระหนก(?)นี้ไวๆ ไม่งั้นถ้าหาไม่เจอสักทีเดี๋ยวจะตื่นตูมอะไรไปถึงไหนกันอีกก็ไม่รู้ เดี๋ยวคิดว่าชั้นโกรธจนปล่อยทิ้งบ้างอะไรบ้าง... แบบนั้นที่วางแผนไ้ว้ทั้งหมดเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวที่บ้านของชั้นก็พังพินาศหมดน่ะสิ
 
 
 
       ...หนังสือพิมพ์ในมือชั้นถูกม้วนตามแบบแผนปรกติที่จะทำให้ถือไปไหนมาไหนได้สะดวกขึ้น ทว่าชั่ววินาทีนึงที่ชั้นเผลอตัวคิดไปว่าหนังสือพิมพ์ฉบับนี้จะประสบชะตากรรมเปื่อยไปก่อนทันได้อ่านจบมั้บนะ.......?
 
 
 
       ไม่สิ จะเปื่อยได้ยังไง? ที่นี่ไม่ได้มีเบลกราดให้ฟาดสักหน่อย
 
 
 
       ชั้นสูดลมหายใจเข้าลึกๆยาวๆ... แล้วเดินมุ่งหน้าไปที่ห้องอาหาร หาตัวคุณเอจนเจอแล้วคว้าแขนลากออกมาพากลับไปที่ลิฟท์แล้วกดขึ้นไปที่ชั้นห้องพักโดยมีคุณเอละล่ำละลักขอชีวิต(?)ไปตลอดระหว่างที่ลิฟท์เคลื่อนตัวขึ้นสูงสู่ชั้นบนๆของโรงแรม
 
       "พอได้แล้วครับคุณเอ ชั้นไม่ได้พาคุณไปฆ่าแกงเสียหน่อย" ชั้นยอมออกปากตัดความหน่ายใจซึ่งไม่แสดงออกทางสีหน้ากับความคิดที่คุณเอไม่รู้ว่าไปได้ฝังหัวมาจากไหนว่าถ้าขัดใจชั้นแล้วจะจบแบบไม่สวย คุณเอเดินตามชั้นมาในห้องแบบตัวสั่นแต่พยายามจะคุมไม่ให้ออกอาการชัดนัก เมื่อคุณเอยังไม่ตอบคำพูดที่ชั้นหวังจะทำให้สบายใจขึ้น(?)กลับมา ชั้นก็เลยเลี่ยงตัวไปโทรสั่งรูมเซอร์วิสให้เอาอาหารเช้าขึ้นมาทานกันที่ห้องแทน
 
 
       "เอาละ..." ชั้นกอดอกแล้วนั่งบนแขนเก้าอี้บุนวม "ดูเหมือนเราจะมีเรื่องต้อง...เคลียร์......กันเล็กน้อยนะครับคุณเอ หนึ่ง....คุณไม่มีเหตุต้องตื่นตูมอย่างที่ทำอยู่นี่แม้แต่นิดเดียวครับ คุณไม่ได้สาย... วันนี้ชั้นกะให้คุณนอนถึงสิบโมงแล้วค่อยลองโทรปลุกด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น...กรุณาสงบสติได้แล้วครับเพราะคุณไม่ได้ทำผิดอะไรให้ต้องกังวลปฏิกิริยาของชั้นเลย"
 
 
       คุณเอดูโล่งใจอย่างเห็นได้ชัด ถึงกับถอนหายใจดังๆแล้วทิ้งตัวลงนั่งที่ปลายเตียงแบบอ่อนแรง(?) แต่แล้วก็แทบจะลุกพรวดกลับขึ้นมาเมื่อชั้นออกปากอีกครั้ง "สอง......"
 
       "ชั้นไม่เข้าใจ....ทำไมคุณถึงคิดว่าชั้นจะโหดร้ายทารุณอะไรกับคุณนัก ที่คุณบอกเมื่อวาน....ที่ว่าชั้นดูน่ากลัวกว่าเบลกราดเพราะทั้งความนิ่งและพูดตรงๆ........... คุณอาจจะไม่เชื่อ แต่จริงๆแล้วชั้นใจดีกว่าเบลกราดเยอะ เพียงแต่....การต้องเผชิญสงครามต่อหน้า มันสามารถทำให้บางแง่มุมของชีิวิตคนๆนึงเปลี่ยนไปได้เช่นกัน... และสำหรับชั้นคือการก่อ-กำแพง-ขึ้นมาเพื่อป้องกันตัว ...ซึ่งบางทีถ้าคุณเองผ่านแบบที่ชั้นเพิ่งเจอมาเมื่อ 20 ปีก่อน คุณก็อาจจะทำเช่นเดียวกันก็ได้"
 
 
 
 
       ชั้นเอี่ยวตัวเพื่อหันมองโบสถ์เซนต์ปีเตอร์กับเซนต์พอล ซึ่งสามารถมองเ็ห็นได้จากหน้าต่างห้องพักของคุณเอและเสียงระฆังโบสถ์ก็แ่ว่วทะลุบานกระจกมาจนพอได้ยินแผ่วๆ "ที่นี่คงไม่ต้องกังวลเรื่องใครจะได้ยินข้อสงสัยของคุณเกี่ยวกับเรื่องสงครามกับเซิร์บ คุณสงสัยอะไร....ถามมาให้หมดเลย"
 
       คุณเอนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ราวกับเลือกคำถามในใจอยู่่ว่าคำถามไหนจะไม่ทำให้ถูกชั้นจับโยนออกนอกหน้าต่าง
 
       "งั้น.... ที่นายพูดตอนขามา... ที่บอกว่า"คนแถวนี้"ไม่ชอบเวลาไปพูดอะไรเกี่ยวกับเซิร์บมาก..... นั่นรวมถึงนายด้วยรึเปล๋า?"
 
 
       ออ.....เรื่องนี้นี่เอง "Just because that was my 'choice of words', it doesn't necessarily mean that 'people here' includes ME." (เพียงแค่ชั้นเลือกที่จะใช้คำว่า "คนแถวนี้" ไม่ได้หมายความ"คนแถวนี้"นั้นจะรวมถึงตัวชั้นเข้าไปด้วย)
 
 
       "อธิบายยืดยาวด้วยปากคุณคงไม่เห็นภาพนัก.... เน็ทบุคที่ชั้นให้คุณไว้ใช้ต่อเน็ทแก้เบื่อเวลาชั้นไม่ได้พาคุณเที่ยวอยู่ไหนซะล่ะ?" คุณเอผงกไวๆแล้วรีบไปเปิดกระเป๋าขุดขึ้นมาให้ ชั้นต่อสัญญาน Wifi ของโรงแรมแล้วเปิดวิกิเพเดียหน้านึงให้คุณเอดู
 
[[Graphic credit:: Wikipedia]]
 
 
       "อย่างที่ทราบไปเมื่อวาน.... หลังจากคุณออสเตรียรบชนะคุณออตโตมันจนพาชั้นกลับมาได้ในปี 1687 อีก 12 ปีต่อมา คุณออสเตรียก็มีบัญชาให้ยกฐานะชั้นขึ้นเป็น.... เมืองหลวงของราชอาณาจักรสลาโวเนีย [Kingdom of Slavonia]"
 
       "แต่อันที่จริงแล้ว....ราชอาณาจักร.... มันก็เพียงยศลวงตา สุดท้ายแล้วทั้งชั้นและซาเกร็บตอนนั้นต่างก็ยังเป็นเมืองเอกในแคว้นๆนึงของฮับส์บูร์กเท่านั้น ...ทว่า นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ชั้นบอกคุณเรื่องนี้ คุณถามว่าชั้นเกลียดเซิร์บหรือไม่..... ตอนที่เป็นราชอาณาจักรสลาโวเนียตอนนั้น ข้อมูลที่ชั้นพอจะจำได้คือ ประชากรของดินแดนชั้นในตอนนั้น 46% เป็นเซิร์บ 45% คือโครแอท นั่นหมายความว่า มีคนเซิร์บอยู่แถวนี้มาตั้งแต่อย่างน้อย 200-300 ปีและไม่ได้มีจำนวนน้อยด้วยซ้ำ"
 
 
       "เพราะเช่นนั้น....ชั้นคงไม่รู้ความคิดคนอื่นๆได้แม่นชัด แต่เชื่อเถอะครับ พวกเราเหล่าจิตวิญญานเมืองแถบสลาโวเนียใกล้ชายแดนนี่ .....ยากที่จะเกลียดเิซิร์บมาตลอดทั้งชีวิตเพราะพวกเราอยู่มาโดยมีชาวเิซิร์บเป็นประชากรตั้งแต่ยุคออตโตมัน ยุคราชวงศ์ฮับส์บูร์กแล้ว หากคนอื่นเขาจะเกลียด ก็คงเพราะเรื่องเมื่อ 20 ปีก่อนเป็นหลัก แต่สำหรับตัวชั้นเอง........ชั้นเห็นคนเซิร์บบางส่วนเป็น-เหยื่อ-ของสงครามในครั้งนั้นไม่ต่างกับคนโครแอทเท่าไหร่หรอก"
 
 
       เสียงเคาะประตูจากด้านนอกขัดขึ้น ชั้นปล่อยคุณเอให้นั่งเฉยๆพิจารณาข้อมูลนั้นแล้วไปเปิดประตูรับถาดชุดอาหารเช้าซึ่งถูกส่งขึ้นมาให้ตามสั่ง
 
 
 
 
       "........แล้ว.... ถ้าแบบนั้น ...ไม่สิ... มันน่าเซอร์ไพส์มากเลยที่นายไม่ได้คิดแบบเดียวกับประชากรของตัวนายเองหรอกเหรอ? ไม่เข้าใจเลย..." คุณเอถามตะกุกตะกักเหมือนลำดับความไม่ค่อยจะถูก หลังจากพนักงานของโรงแรมมาวางถาดอาหารเช้าให้ที่โต๊ะแล้วกล่าวอวยพรให้พวกเราทานกันให้อร่อย 
 
       "...คุณอาจจะลืมไปนิดนะครับ.... ประชากร...ยังไงเขาก็มีช่วงอายุของเขา บางอย่างที่พวกเราจิตวิญญานเมืองเข้าใจ พวกเขาก็อยู่ไม่นานพอที่จะเข้าใจถึงสิ่งนั้น และบางอย่างที่เขาไม่เข้าใจจนกระทำผิดซ้ำๆ พวกเราก็ได้แค่มองอย่างถูกบีบคั้นหัวใจ"
 
 
 
       ถ้วยกาแฟดำในถาดชุดอาหารเช้าของชั้นถูกยกจรดริมฝีปาก ให้ของเหลวรสขมเข้มสัมผัสประสาทที่ลิ้น..... เตือนตัวชั้นเอ